วิธีปฏิบัติการให้อาหารสายยางผู้ป่วย ทางจมูก กับหน้าท้อง แตกต่างกันอย่างไรการให้อาหารทางสายยางทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเดียวกันคือส่งสารอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร แต่มี "รายละเอียดการดูแล" และ "ข้อควรระวัง" ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนตามตำแหน่งของสาย ดังนี้ครับ:
1. สายยางทางจมูก (NG Tube - Nasogastric Tube)
เป็นการสอดสายผ่านรูจมูก ลงไปยังคอหอย หลอดอาหาร และเข้าสู่กระเพาะอาหาร
ความแตกต่างด้านการปฏิบัติ:
การเช็กตำแหน่งสาย: สำคัญมาก! ต้องเช็กทุกครั้งก่อนให้ เพราะสายมีโอกาสเลื่อนหลุดหรือขดตัวได้ง่าย (สังเกตขีดเครื่องหมายที่จมูก หรือดูดน้ำย่อยมาเช็ก)
ความสบายของผู้ป่วย: ผู้ป่วยจะรู้สึกระคายเคืองคอและจมูก อาจมีน้ำมูกหรือเสมหะมากกว่าปกติ
การดูแลผิวหนัง: ต้องระวังแผลกดทับที่ "ปีกจมูก" ควรเปลี่ยนตำแหน่งพลาสเตอร์ที่ติดบ่อยๆ และทำความสะอาดรูจมูกด้วยไม้พันสำลีชุบน้ำสะอาด
ระยะเวลา: มักใช้เป็นการชั่วคราว (ไม่เกิน 4-6 สัปดาห์)
2. สายยางทางหน้าท้อง (Gastrostomy Tube / PEG)
เป็นการผ่าตัดเล็กเพื่อใส่สายผ่านผิวหนังหน้าท้องเข้าสู่กระเพาะอาหารโดยตรง
ความแตกต่างด้านการปฏิบัติ:
การเช็กตำแหน่งสาย: สายมักจะคงที่กว่า ไม่เลื่อนหลุดง่ายเหมือนทางจมูก แต่ต้องคอยดูว่าตัวล็อค (Bolster) แน่นหรือหลวมเกินไปหรือไม่
การดูแลแผล: หัวใจสำคัญคือ "ความแห้ง" ต้องเช็ดทำความสะอาดรอบรูเปิดด้วยน้ำเกลือ (NSS) และซับให้แห้งสนิทเพื่อป้องกันเชื้อราและผิวหนังเปื่อย
การหมุนสาย: ควรหมุนสายยาง 360 องศา วันละครั้ง (ตามคำแนะนำแพทย์) เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวล็อคด้านในติดกับผนังกระเพาะ (Bumper Syndrome)
ระยะเวลา: เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารระยะยาว (มากกว่า 1 เดือนขึ้นไป)
📊 ตารางสรุปข้อแตกต่าง
หัวข้อเปรียบเทียบ ทางจมูก (NG Tube) ทางหน้าท้อง (PEG)
ตำแหน่งแผล ไม่มีแผลเปิด แต่ระคายเคืองจมูก/คอ มีแผลเปิดขนาดเล็กที่หน้าท้อง
การเช็กสาย ต้องเช็กขีดเครื่องหมายทุกครั้ง เช็กความแน่นของตัวล็อคสาย
ความเสี่ยงสำลัก สูงกว่า (เพราะสายพาดผ่านหูรูดหลอดอาหาร) ต่ำกว่า
การทำความสะอาด ทำความสะอาดรูจมูกและช่องปาก ทำความสะอาดแผลรอบรูเปิดหน้าท้อง
ภาพลักษณ์ เห็นสายชัดเจนบนใบหน้า ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้า ดูแลกิจวัตรสะดวกกว่า
⚠️ จุดที่ "ต้องทำเหมือนกัน" (ห้ามละเลย)
ไม่ว่าจะใส่ทางไหน หลักการความปลอดภัยต่อไปนี้ ต้องทำอย่างเคร่งครัด ครับ:
ท่าทาง: ต้องยกหัวสูง 30-45 องศา ขณะให้และหลังให้ 1 ชั่วโมงเสมอ
ความสะอาด: ล้างมือและลวกอุปกรณ์ด้วยน้ำร้อนทุกครั้ง
การล้างสาย (Flush): ล้างน้ำเปล่า 30-50 ml ทั้งก่อนและหลังให้อาหาร/ยา เพื่อป้องกันสายตัน
เช็กอาหารค้าง: ดูดเช็กว่ามื้อเก่าหมดหรือยังก่อนเริ่มมื้อใหม่